ระเบียบข้อบังคับ

มาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา

สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความสามัคคีและอันดีงามระหว่างศิษย์เก่า รวมถึงการสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาและช่วยเหลือเหล่านักเรียนปัจจุบัน นอกจากนี้สมาคมฯ ยังมุ่งเน้นการดำเนินงานด้านสาธารณกุศล การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทย การส่งเสริมการกีฬา และการสงเคราะห์ช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่างๆ เช่น การฌาปนกิจ โดยมีข้อกำหนดชัดเจนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยเด็ดขาด

หมวด1

บททั่วไป

ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา” เรียกโดยย่อว่า “สศอศ” และใช้ชื่อเป็น
ภาษาอังกฤษว่า “ASSUMPTION COLLEGE SRIRACHA ALUMNI ASSOCIATION” เรียกโดยย่อว่า
“ACSA”

ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคม

ข้อ 3. สานักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา
เลขที่ 29 หมู่ที่ 10 ตาบลสุรศักดิ์ อาเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20110

ข้อ 4. ในข้อบังคับนี้

“สมาคม” หมายถึง สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“สมาชิก” หมายถึง สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“นายกสมาคม”หมายถึง นายกสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“อุปนายกสมาคม”หมายถึง อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“กรรมการ”หมายถึง กรรมการสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“คณะกรรมการ”หมายถึง คณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“เลขาธิการ”หมายถึง เลขาธิการสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“เหรัญญิก”หมายถึง เหรัญญิกสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“นายทะเบียน”หมายถึง นายทะเบียนสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“ปฏิคม”หมายถึง ปฏิคมสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“ประชาสัมพันธ์”หมายถึง ประชาสัมพันธ์สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“สาราณียกร”หมายถึง สาราณียกรสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“ผู้จัดการ”หมายถึง ผู้มีอานาจจัดการเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา ให้ลุล่วงไปตามนโยบายที่คณะกรรมการกาหนด
“ประธานที่ปรึกษา”หมายถึง ผู้อานวยการโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาโดยตาแหน่ง
“ที่ปรึกษา”หมายถึง ผู้ซึ่งคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชาแต่งตั้งขึ้น ตามข้อบังคับนี้
“ประธานกิตติมศักดิ์”หมายถึง ประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา
“นายกกิตติมศักดิ์”หมายถึง อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา

หมวด2

วัตถุประสงค์

ข้อ 5. วัตถุประสงค์ของสมาคม มีดังต่อไปนี้

(1) ส่งเสริมความสามัคคีและความเข้าใจอันดีระหว่างสมาชิกศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา
(2) ร่วมดาเนินงานด้านสาธารณกุศล
(3) ฟื้นฟู ส่งเสริม เผยแพร่วัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของชาวไทย
(4) สนับสนุน ส่งเสริมการศึกษา และช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาปัจจุบัน
(5) สงเคราะห์ระหว่างสมาชิกซึ่งกันและกัน
(6) ส่งเสริมการกีฬาทุกประเภทตามประเพณีนิยมที่ดีงาม ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
(7) ประกอบกิจกรรมการกุศล หรือสาธารณประโยชน์ และช่วยเหลือสมาชิกในการฌาปนกิจ และ
กิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมประเพณีและกฎหมาย
(8) จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนการดาเนินงานของสมาคม
(9) เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบารุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดาเนินกิจการ
(10) ดาเนินการอื่นใดที่จาเป็นหรือต่อเนื่องให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(11) ไม่ดาเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับการเมือง

หมวด3

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 6. สมาชิกของสมาคมมีสี่ประเภท

(1) สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลที่เคยศึกษาหรือจบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา
(2) สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ภราดา หรือครูของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา
(3) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นผู้ให้ความ
อุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกและผู้นั้นตอบคาเชิญ
(4) อนุสมาชิก ได้แก่ นักเรียนปัจจุบันของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา

ข้อ 7.สมาชิกต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นบุคคลที่เคยศึกษาหรือจบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ยกเว้นอนุสมาชิก
(2) เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
(3) ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม
(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(5) ไม่ต้องคาพิพากษาของศาลถึงที่สุดหรือคาสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จาคุก เว้นแต่ในความผิดที่ กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ 8.สมาชิกต้องเสียค่าลงทะเบียน

(1) สมาชิกสามัญ เสียค่าทะเบียนสมาชิกตลอดชีพ เป็นเงิน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) โดยชาระ
เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา(โดยทางโรงเรียนเรียกเก็บให้) ยกเว้นในกรณีที่เป็น
อนุสมาชิกและจ่ายค่าสมาชิกเรียบร้อยแล้วเมื่อแรกเข้า
(2) สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
(3) อนุสมาชิก เสียค่าทะเบียนสมาชิกตลอดชีพ เป็นเงิน 1,000 บาท โดยชาระเมื่อแรกเข้าเป็นนักเรียน
โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา (ทางโรงเรียนเรียกเก็บให้)

ข้อ 9. การสมัครเข้าเป็นสมาชิก นักเรียนที่เคยศึกษาหรือจบการศึกษาและกาลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียน
อัสสัมชัญศรีราชา เป็นสมาชิก โดยใช้หมายเลขประจาตัวนักเรียนเป็นหมายเลขสมาชิกของสมาคม

ข้อ 10. ให้สมาคมจัดให้มีสมุดทะเบียนสมาชิกซึ่งสมาชิกจะขอดูได้ ณ ที่ทาการสมาคมในวันและ เวลาทาการ

ข้อ 11.สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคาเชิญของผู้ที่ คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงสมาคม

ข้อ 12.สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ

(1) ตาย
(2) ลาออก โดยยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และ สมาชิกผู้นั้น ได้ชาระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
(3) ขาดคุณสมบัติสมาชิกตามข้อ 7
(4) ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมหรือคณะกรรมการการมีมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิก
(5) ถูกลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินาความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมโดยเจตนา เมื่อสมาชิกผู้ใดถูกลบชื่อออกจากทะเบียนตาม ข้อ12 (5) ให้เลขาธิการแจ้งการลบชื่อออกให้สมาชิก นั้นทราบและให้นายทะเบียนจาหน่ายชื่อออกจากทะเบียน เมื่อปรากฏว่าสมาชิกผู้ใดขาดจาก สมาชิกภาพลง ให้นายทะเบียนปิดประกาศรายชื่อผู้ที่ขาดจากสมาชิกภาพนั้นไว้ ณ ที่ท าการของ สมาคม

หมวด4

สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 13.สิทธิของสมาชิก

(1) ประดับเครื่องหมายของสมาคม
(2) เข้าใช้สถานที่ของสมาคมตามระเบียบที่คณะกรรมการกาหนด
(3) เสนอความคิดเห็นหรือให้คาแนะนาเกี่ยวกับการดาเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
(4) ได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
(5) เข้าร่วมประชุมใหญ่ อภิปราย ซักถามและแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
(6) สมาชิกสามัญมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกเข้าเป็นคณะกรรมการ ได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็น กรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละหนึ่งคะแนนเสียง
(7) มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
(8) มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่าสองร้อยคน มีหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่ วิสามัญ

ข้อ 14.หน้าที่ของสมาชิก

(1) ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่ มติของคณะกรรมการและหน้าที่ซึ่งตน ได้รับมอบหมายจากสมาคมด้วยความซื่อสัตย์โดยเคร่งครัด
(2) ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิก
(3) ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้เจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้าอยู่ เสมอ
(4) ร่วมกิจกรรมที่สมาคมจัดให้มีขึ้น
(5) ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
(6) ดารงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้เสียของสมาคม ตลอดจนรักษาความลับในข้อประชุม หรือวิธีการของสมาคม โดยไม่ได้เปิดเผยข้อความซึ่งอาจจะนาความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมโดย เด็ดขาด
(7) รักษาไว้ซึ่งความสามัคคีกันระหว่างสมาชิก
(8) สมาชิกผู้ได้เปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ย้ายที่อยู่ ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นหนังสือภายใน
กาหนดเวลาหกสิบวันนับแต่เปลี่ยนแปลง

หมวด5

คณะกรรมการ

ข้อ 15.คณะกรรมการสมาคม ประกอบด้วย

(1) คณะกรรมการ
(2) คณะกรรมการสมทบ
(3) คณะกรรมการที่ปรึกษา

ข้อ 16.คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 12 คน (สิบสองคน) และไม่เกิน 50 คน (ห้าสิบคน) ซึ่งที่ประชุมใหญ่สามัญเลือกตั้งนายกสมาคม และให้นายกสมาคมเลือกสมาชิกสามัญขึ้นเป็น กรรมการจนครบจานวนที่กาหนดเพื่อเป็นอุปนายกสมาคม เลขาธิการ เหรัญญิก นายทะเบียน และตาแหน่ง อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ข้อ 17.อานาจหน้าที่ของกรรมการ ตาแหน่งต่างๆมีดังนี้

(1) นายกสมาคม ทาหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจกรรมของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการ ติดต่อกับบุคคลภายนอกเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม
(2) อุปนายกสมาคม ทาหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ นายกสมาคมมอบหมาย และทาหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทาหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกสมาคมตามลาดับตาแหน่งเป็น ผู้กระทาแทน
(3) เลขาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด การโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสาร ต่างๆ ของสมาคม และปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย ตลอดจนทาหน้าที่เป็น เลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคมและก่อการอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในอานาจหรือหน้าที่ของ กรรมการอื่นๆ โดยเฉพาะ
(4) เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาและจ่ายเงินของสมาคม จัดทาบัญชีรายได้-รายจ่าย บัญชีงบดุล ของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
(5) ปฏิคม มีหน้าที่ในการรักษาสานักงานของสมาคม รักษาความเรียบร้อยของสถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม เตรียมสถานที่ประชุม ให้การดูแลต้อนรับสมาชิกและแขกของสมาคม
(6) นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทาทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่าง ๆ อันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับ การเงินของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบารุงสมาคมจากสมาชิก
(7) ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการเชิญหาสมาชิก โฆษณาเผยแพร่กิจการ ผลงานด้านต่างๆ และ ชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายแก่สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไป
(8) สาราณียกร มีหน้าที่ออกหนังสือ หรือวารสารรายเดือน รายปี ฯลฯ ของสมาคม
(9) กรรมการตาแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกาหนดให้มีขึ้นโดยมี จำนวนเมื่อรวมกับตาแหน่งกรรมการข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจานวนที่ข้อบังคับได้กาหนดไว้ แต่ ถ้าคณะกรรมการมิได้กาหนดตาแหน่ง ก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

ข้อ 18. นายกสมาคมและกรรมการของสมาคมมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสองปี นายกสมาคม หรือกรรมการซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระ อาจได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาดารงตาแหน่งอีกได้ แต่นายก สมาคมจะดารงตาแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

นายกสมาคมที่ดารงตาแหน่งครบตามวาระ หากไม่ได้ดารงตาแหน่งนายกสมาคมอีก หรือดารงตาแหน่งอีกไม่ได้เนื่องจากดารงตาแหน่งติดต่อกันสองวาระแล้ว ให้นายกสมาคมที่พ้นจากตาแหน่งตามวรรคนี้ด ารงตาแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ของสมาคม

ข้อ 19. ในกรณีที่คณะกรรมการครบกาหนดวาระในข้อ 18 และมีการเลือกตั้งนายกสมาคมพร้อม แต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการชุดใหม่ยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการต่อนายทะเบียนสมาคม ภายในสามสิบวันนับจากวันประชุมใหญ่สามัญ หากคณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนจาก นายทะเบียนสมาคม ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระอยู่ในต าแหน่งเพื่อดาเนินกิจการต่อไป โดยให้เลขาธิการสมาคมฯ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายก จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากนายทะเบียนสมาคม

เมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากนายทะเบียนสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ทาการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการที่พ้นจากตาแหน่งและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากนายทะเบียนสมาคม

ข้อ 20. นอกจากการพ้นตาแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตาแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ตาย
(2) ลาออกโดยคณะกรรมการได้ลงมติอนุมัติแล้ว
(3) ขาดคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 7
(4) ที่ประชุมคณะกรรมการให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการที่มาประชุม
(5) ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมมีมติให้พ้นจากตาแหน่ง

ข้อ 21. ในกรณีที่กรรมการต้องว่างลงก่อนวาระ หรือในกรณีที่นายกสมาคมแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตาแหน่ง ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตาแหน่งที่ว่าง หรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น ให้อยู่ในต าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลือของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

ในกรณีที่นายกสมาคมพ้นจากตาแหน่งก่อนวาระให้ถือว่าคณะกรรมการพ้นจากตาแหน่งทั้งคณะและให้คณะกรรมการที่พ้นจากตาแหน่งเดิมจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อสมาชิกเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่แทนภายในหกสิบวัน และให้นาความในข้อ 19 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

นายกสมาคมและคณะกรรมการชุดใหม่ตามวรรคก่อน ให้อยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระที่เหลือของคณะกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

ข้อ 22. ในกรณีที่นายกสมาคมว่างลงก่อนครบกาหนดตามวาระ ให้อุปนายกสมาคมคนหนึ่งดารงตาแหน่งรักษาการแทน และให้คณะกรรมการชุดเดิมจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ภายในหกสิบวันนับจากวันที่ต าแหน่งนายกสมาคมว่างลง และให้นายกสมาคมที่ได้รับเลือกใหม่ดารงตาแหน่งเท่ากับวาระที่เหลือของนายกสมาคมซึ่งได้เลือกตั้งไว้แล้ว

ข้อ 23. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตาแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตาแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ 24 . อานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังต่อไปนี้

(1) กาหนดนโยบายการบริหารงานและบริหารกิจการของสมาคม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอานาจอื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กาหนดไว้
(2) อนุมัติแผนการลงทุน แผนการเงิน และงบประมาณประจาปีของสมาคม
(3) ออกระเบียบประกาศ หรือข้อกาหนดเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบ ประกาศ หรือ
ข้อกาหนด นั้น จะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
(4) แต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการและผู้ปฏิบัติงานของสมาคม
(5) ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้จัดการและผู้ปฏิบัติงานของสมาคมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกาหนด
(6) แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตาแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
(7) เรียกประชุมใหญ่สามัญประจาปีและประชุมใหญ่วิสามัญ
(8) แต่งตั้งกรรมการในตาแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กาหนดไว้ในข้อบังคับนี้
(9) รับผิดชอบในกิจกรรมทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
(10) จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าสองร้อยคน ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่รับหนังสือร้องขอ
(11) จัดทาเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการด าเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคม ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
(12) จัดทาบันทึกการประชุมต่างๆของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
(13) มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กาหนดไว้

ข้อ 25. อานาจและหน้าที่ของกรรมการที่ปรึกษา

(1) กรรมการที่ปรึกษามีสิทธิจะเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการ เพื่อพิจารณากิจการของสมาคม หรือให้ข้อคิดเห็นในการดาเนินงานต่างๆ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
(2) กรรมการที่ปรึกษาอยู่ในต าแหน่งได้เท่าวาระของคณะกรรมการ
(3) กรรมการที่ปรึกษาซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระ อาจได้รับเชิญเข้าเป็นกรรมการที่ปรึกษาใหม่ได้

ข้อ 26. การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจานวนคณะกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคราวใดหากนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หากนายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 27. มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 28. กรรมการจานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามมีสิทธิเรียกประชุมคณะกรรมการได้ เมื่อมีเหตุผลสมควร และให้นายกสมาคมเรียกประชุมตามคาขอทันที โดยแจ้งให้กรรมการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

หมวด6

การประชุมใหญ่

ข้อ 29. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิด คือ

(1) การประชุมใหญ่สามัญ
(2) การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 30. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจมีได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่าสองร้อยคนท าหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้นเมื่อนายกสมาคมได้รับคาขอให้สมาคมเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สมาชิกร้องขอ

ข้อ 31. การแจ้งกาหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งก าหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และประกาศแจ้งก าหนดนัดประชุมไว้ ณ สานักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนถึงกาหนดการประชุมใหญ่

ข้อ 32. คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ของสมาคมปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีหรือในวันคืนสู่เหย้า เพื่อพิจารณาระเบียบวาระต่อไปนี้

(1) รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน
(2) พิจารณารายงานประจาปี แสดงผลการดาเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี
(3) รายได้-รายจ่าย และพิจารณาอนุมัติงบดุลของสมาคมในปีที่ผ่านมา
(4) เลือกตั้งนายกสมาคม(ในปีที่ครบวาระ)
(5) เลือกตั้งผู้สอบบัญชีของสมาคมประจาปีและกาหนดค่าตอบแทน
(6) กิจกรรมที่ต้องกระทาโดยอาศัยมติที่ประชุมใหญ่
(7) เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากการประชุมตามวาระหนึ่งเรียกว่าการประชุมวิสามัญ

ข้อ 33. ในการประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าห้าสิบคน จึงจะถือเป็นองค์ประชุม ญัตติใดๆ เว้นแต่ที่เสนอโดยคณะกรรมการหรือกรรมการของสมาคมคนใดคนหนึ่ง ต้องมีสมาชิกรับรองอย่างน้อยห้าคน สมาชิกทั้งหลายมีสิทธิเข้าฟังการประชุมและแสดงความคิดเห็น แต่สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิเสนอญัตติและออกเสียงลงคะแนน

ข้อ 34. ในการประชุมใหญ่ ถ้าสมาชิกสามัญมาไม่ครบองค์ประชุมและล่วงพ้นกาหนดเวลานัดไปแล้วหนึ่งชั่วโมงให้เลื่อนการประชุมและให้ท าการบอกกล่าวนัดประชุม วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหม่อีกครั้งภายในสามสิบวัน และการนัดประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกสามัญมาประชุมมากน้อยเพียงใดก็ให้ถือเป็นองค์ประชุมได้

ข้อ 35. ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมผู้มีอาวุโสตามลาดับทาหน้าที่แทน กรณีที่นายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้เลขาธิการท าหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคราวนั้นได้

ข้อ 36. สมาชิกสามัญมีสิทธิลงคะแนนเสียงคนละหนึ่งเสียง การออกเสียงลงคะแนนเป็นสิทธิเฉพาะตัวของสมาชิก จะแต่งตั้งตัวแทนไม่ได้

ข้อ 37. วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ให้ใช้วิธีเปิดเผย เว้นแต่สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกที่มาประชุมร้องขอให้ลงคะแนนลับ ก็ให้จัดให้มีการลงคะแนนลับ

ข้อ 38. มติของที่ประชุมใหญ่นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ หากคะแนนเสียงเท่ากันจะเป็นการชูมือก็ดี การลงคะแนนลับก็ดี หรือด้วยวิธีการอื่นๆ ใดก็ดี ให้ผู้เป็นประธานที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 39. ในการประชุมใหญ่เพื่อเลือกนายกสมาคม ให้ด าเนินการดังต่อไปนี้

(1) ให้มีประชุมแต่งตั้งผู้แทนสมาชิกคนหนึ่งเป็นประธานด าเนินการเลือกตั้ง ประธานด าเนินเลือกตั้งไม่มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกสมาคม
(2) ให้ประธานด าเนินการเลือกตั้งชี้แจ้งข้อบังคับ และระเบียบวิธีการเลือกตั้งนายกสมาคมต่อที่ประชุม
(3) เมื่อประธานด าเนินการเลือกตั้งชี้แจงรายละเอียดตาม (2) แล้ว สมาชิกสามัญผู้ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งซึ่งอยู่ในที่ประชุมใหญ่ จะเสนอชื่อสมาชิกสามัญที่สมาชิกอยู่เสนอชื่อเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้เข้ารับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม โดยระบุชื่อและชื่อสกุลของสมาชิกสามัญผู้มีความเหมาะสม พร้อมมีสมาชิกสามัญรายอื่นรับรองการเสนอชื่อนั้นไม่น้อยกว่าห้าคน สมาชิกสามัญผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับเลือกตั้งต้องอยู่ในที่ประชุมขณะที่มีการเสนอชื่อ
(4) ถ้ารายชื่อที่มีผู้เสนอขึ้นมาเพียงรายเดียว ก็ให้ถือว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อนั้นได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมโดยไม่ต้องมีการเลือกตั้ง
(5) ก่อนด าเนินการเลือกตั้งและหลังจากการเสนอชื่อสมาชิกผู้มีความเหมาะสมเข้ารับการเลือกตั้งตาม(3) แล้ว ให้ที่ประชุมแต่งตั้งอนุกรรมการคณะหนึ่งมีจานวนไม่น้อยกว่าสามคน ท าหน้าที่นับคะแนนในการเลือกตั้ง คณะอนุกรรมการนับคะแนนไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม
(6) ในกรณีไม่มีคนเสนอชื่อ ให้เลขาธิการสมาคมฯ รักษาการแทนภายใน 60 วัน เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่

ข้อ 40. การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ด าเนินการดังนี้

(1) กาหนดหมายเลขประจาตัวผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ
(2) แจกบัตรลงคะแนนตามแบบที่คณะกรรมการกาหนดให้แก่สมาชิกสามัญที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
(3) ให้สมาชิกสามัญที่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งแต่ละราย เลือกบุคคลที่เห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกสมาคมได้เพียงหนึ่งคน
(4) เมื่อสิ้นสุดเวลาลงคะแนนแล้ว ให้ประธานด าเนินการเลือกตั้งควบคุมและดาเนินการให้มีการนับคะแนนให้แล้วเสร็จภายในวันนั้น และประกาศชื่อผู้ที่มีคะแนนสูงสุดซึ่งได้รับเลือกตั้งได้ด ารงตำแหน่งนายกสมาคมให้ผู้อยู่ ณ ที่นั่นทราบ และปิดประกาศผลการนับคะแนนให้สมาชิกทราบณ ที่ทาการของสมาคม

หมวด7

การบัญชีและการเงิน

ข้อ 41. รอบระยะเวลาบัญชีของสมาคมเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี

ข้อ 42. คณะกรรมการเป็นผู้กาหนด ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลง นโยบายทางการบัญชี และการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีรับรองทั่วไป และมีการควบคุมภายในที่ดี

ข้อ 43. คณะกรรมการเป็นผู้กาหนด

(1) ให้ฝากเงินของสมาคมในธนาคารหนึ่งธนาคารใด หรือสถาบันการเงินอื่นใดที่มีธนาคารพาณิชย์ค้ำประกัน หรือซื้อตั๋วแลกเงินที่มีรัฐบาลให้การค้ำประกัน
(2) การเปิดหรือปิดบัญชีของธนาคารหนึ่งธนาคารใดหรือสถาบันการเงินใด
(3) ผู้มีอานาจลงลายมือชื่อในการเบิกจ่ายเงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นใด
(4) ให้เหรัญญิกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอานาจในการตรวจสอบการเงินและการบัญชีของสมาคมให้เป็นไปตามนโยบายกรรมการกาหนด

ข้อ 44. เหรัญญิกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีหน้าที่เสนอรายงานฐานะการเงินต่อคณะกรรมการทุกเดือน

ข้อ 45. เหรัญญิกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีหน้าที่เสนอรายงานของผู้สอบบัญชีพร้อมด้วยงบการเงินประจาปีที่ได้แสดงให้ทราบฐานะการเงิน และผลการดาเนินงานภายในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาให้คณะกรรมการและสมาชิกทราบก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจาปีไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

ข้อ46. ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการของสมาคมหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมและจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับการอนุญาต

ข้อ 47. ผู้สอบบัญชีมีอานาจหน้าที่จะเรียกเอกสารเกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการสมาคม และสามารถจะเชิญกรรมการของสมาคมหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ 48. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

ข้อ 49. การเงินของสมาคมให้อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นาฝากไว้ในธนาคารที่คณะกรรมการสมาคมจะเห็นสมควรในนามของสมาคม

ข้อ 50. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคมจะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรืออุปนายกสมาคมคนใดคนหนึ่งลงลายมือร่วมกับเหรัญญิก หรือกรรมการคนใดคนหนึ่งที่คณะกรรมการมอบหมาย

ข้อ 51. ให้นายกสมมาคมมีอานาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะต้องอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ถ้าจาเป็นต้องใช้จ่ายเกินกว่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมประจาเดือนของสมาคม

ข้อ 52. ให้เหรัญญิกมีอานาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 30,000 (สามหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้จะต้องนาฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันที โดยเหรัญญิกมีอานาจรับเงิน เบิกจ่ายเงินและ ค่าใช้จ่ายประจาของสมาคมหรือจัดทาโครงการต่างๆเช่น การประชุมสัญจร เป็นต้น

ข้อ 53. เหรัญญิกจะต้องทาบัญชีรายได้-ร่ายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือการจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคมร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ช่วยเหรัญญิกพร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง และให้เก็บรักษาไว้เพื่อการตรวจสอบให้เรียบร้อยครบถ้วนเก็บไว้ไม่น้อยกว่าสิบปี

หมวด8

การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคม การชาระบัญชี และการทำนิติกรรม

ข้อ 54. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้นและองค์ ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ 55. การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ 56. ในกรณีเลิกสมาคม ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา